http://www.zhenguhealthland.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  บทความ ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ  คลิปวีดีโอ  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 04/04/2008
ปรับปรุง 11/04/2017
สถิติผู้เข้าชม177,066
Page Views211,684
สินค้าทั้งหมด 1
Menu
หน้าแรก
บทความ
ข่าวสาร
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
คลิปวีดีโอ
ติดต่อเรา
ถ้วยดูดสุญญากาศ
การนวดฝ่าเท้า
สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นจากแพทย์ทางเลือกสามประสาน ประสบการณ์ผู้ป่วย
ผลงานของอาจารย์สุทัศน์
เสนอนำแพทย์ทางเลือกสามประสาน เสริมช่วยปฎิรูปสาธารณสุข
 

ถ้วยดูดสุญญากาศ

 

ถ้วยดูดสุญญากาศ (ครอบกระปุก)  สามารถดูดของเสียสารพิษ  หรือกระทั่งลิ่มเลือดออกจากร่างกายโดยตรง  และไม่ก่อเกิดผลข้างเคียงใดๆ  ต่อสุขภาพร่างกาย

ประวัติความเป็นมาของถ้วยดูดระบบสุญญากาศ

                    คนจีนเรียนรู้วิธีใช้ถ้วยดูดระบบสุญญากาศมาบำบัดอาการโรคต่างๆ ตามหนังสือบันทึกมีประวัติยาวนานมากว่า 2000 ปี เดิมใช้เขาของสัตว์ทำเป็นกล่อง ต้มกับน้ำร้อนหรือจุดไฟลนให้เกิดสูญญากาศ แล้วนำมาครอบบำบัดอาการโรคต่างๆ โดยเฉพาะบำบัดอาการที่เจ็บปวดอักเสบ ดูดสารพิษ ดูดลิ่มเลือดออกจากร่างกาย ออกจากบริเวณผิวหนังที่มีอาการอักเสบรุนแรง ต่อมาได้ถูกพัฒนาเปลี่ยนเป็นถ้วยทำด้วยไม้ไผ่หรือถ้วยแก้ว แต่ยังต้องลนให้เกิดสุญญากาศ 2000 กว่าปีที่ผ่านมา ถ้วยดูดระบบสุญญากาศเคยถูกแพทย์แผนจีนโบราณ หรือหมอชาวบ้านนำมาบำบัดอาการโรคต่างๆ ให้ชาวจีน ค่อนข้างแพร่หลายในจีนผืนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะตามชนบท ตามสถานที่ห่างไกลจากหัวเมือง และยังมีครัวเรือนไม่น้อยในประเทศจีน เรียนรู้ถึงประโยชน์และกรรมวิธีการใช้เครื่องมือแพทย์ชุดนี้ และได้สำรองเครื่องมือแพทย์นี้ไว้ในครัวเรือน เวลามีสมาชิกผู้ใดเกิดมีอาการเจ็บปวดหรือกระทั่งอักเสบตามบริเวณผิวหนังของอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกาย ก็จะนำถ้วยมาลนไฟแล้วครอบบำบัด อาการเจ็บปวดหรือผิดปกติที่มีอยู่ ก็จะถูกขจัดแก้ไขบรรเทาหายได้โดยเร็ว

        ศาสตราจารย์ดร.วูซุนซี (เป็นชาวจี๋หลิง อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน) เป็นอาจารย์ของ อ.สุทัศน์  กุลสันติพงศ์ ประสบความสำเร็จในการผลิตขุดเครื่องปั๊มดูดอากาศแบบสมัยใหม่มาแทนการใช้ถ้วยแก้วรนไฟ  ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือปั๊มดูดที่ปลอดภัย  หลีกเลี่ยงการเกิดรอยไหม้บนผิวหนัง และสามารถวางถ้วยดูดยาวนานกว่า  โดยไม่ก่อเกิดผลข้างเคียงใดๆต่อสุขภาพผู้ป่วย  จากชุดเครื่องปั๊มดูดสมัยใหม่ที่ถูกค้นคว้าผลิตขึ้น อ.วูได้ใช้ประสานกับความรู้ทฤษฎีพื้นฐานแพทย์แผนจีน  โดยเฉพาะการบำบัดอาการโรคที่ต้องอิงกับระบบเส้นลมปราณ และวิธีบำบัดที่เน้นบำบัดอาการโรคทั่วหน้า (องค์รวม)ควบคู่กับการบำบัดอาการเฉพาะโรคไปพร้อมกัน

ทฤษฎีในการบำบัดโรคของถ้วยดูดสุญญากาศ

               ทฤษฎีของการวางถ้วยดูดระบบสุญญากาศ (Vacuum Cupping)ในการบำบัดอาการโรคต่างๆ อาศัยการปฏิบัติงานของชุดเครื่องปั้มดูดระบบสุญญากาศ ปั้มดูดอากาศออกจากภายในบริเวณถ้วย ความกดดันของสุญญากาศดึงดูดผิวหนังให้นูนสูงขึ้น บริเวณผิวหนังดังกล่าว ถูกกระตุ้นถูกกดดันทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย ผลักดันให้เลือดลมไหลเวียนเข้ามาหล่อเลี้ยงบริเวณดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ในเวลาเดียวกันก็ได้ผลักดันให้เส้นลมปราณ จุดต่างๆ ของเส้นลมปราณ เซลล์ของเส้นประสาท เซลล์ของเลือดเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านพยาธิวิทยา ผลักดันให้เม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวเข้ามากำจัดสิ่งแปลกปลอม สารพิษเชื้อโรค ของเสียต่างๆ เหล่านี้ถูกขจัดออกจากผนังของหลอดเลือดประสานกับการกดดันของถ้วยดูด และการปฏิบัติหน้าที่งานของผิวหนัง ของเสียสารพิษบางส่วนจะถูกดูดออกจากรูขุมขนของผิวหนังโดยตรง สะท้อนออกเป็นไอน้ำ หยดน้ำเกาะติดอยู่กับผนังของถ้วยดูด บางส่วนจะถูกดูดมาเกาะติดอยู่กับผิวหนัง (สะท้อนออกเป็นสีผิวต่างๆ) จากนั้นจะถูกขจัดออกจากร่างกายพร้อมกับเหงื่อ หรือสลายไปตามเลือดลมที่หมุนเวียนอยู่ในระบบหลอดเลือด ถูกขับออกจากร่างกายโดยทางปัสสาวะและอุจจาระ ของเสียสารพิษต่างๆ ถูกขจัดออกจากผนังหลอดเลือด ผนังหลอดเลือดขยายกว้างขึ้น เลือดลมไหลเวียนอยู่ในระบบหลอดเลือด ถูกปรับเข้าสู่การหมุนเวียนอย่างมีระเบียบ อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายได้รับเลือดมาหมุนเวียนหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ปรับการปฏิบัติหน้าที่งานเข้าสู่ปกติและมีประสิทธิภาพทั่วทั้งร่างกายก็จะถูกปรับเข้าสู่สมดุล

                ปกติถ้าหากบริเวณผิวหนังใด   จุดลมปราณใด   รวมทั้งอวัยวะภายในร่างกายที่เกี่ยวสัมพันธ์กับจุดลมปราณดังกล่าว  เลือดลมไหลเวียนหล่อเลี้ยงติดขัด  จนเกิดอาการเจ็บปวดหรือผิดรูปทรง  หลังวางถ้วยดูดสักพักจะสังเกตที่บริเวณผนังถ้วยดูดมีไอน้ำ  หรือหยดน้ำเกาะติด  สะท้อนถึงก๊าซเสียหรือความชื้นที่เกาะติดสะสมอยู่ตามจุดลมปราณ  หรืออวัยวะที่เกี่ยวพันธ์ถูกดูดออกมา

                    สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการโรครุนแรงสะสมยาวนาน บริโภคยาแผนปัจจุบันมายาวนานหลายปี หรือผู้ที่ดำเนินชีวิตอยู่ในบริเวณเขตมีสารพิษสารเคมีมาก (เช่นโรงงานที่เกี่ยวข้องกับสารพิษสารเคมี) หลังการวางถ้วยดูดสักพักจะสังเกตบนผิวหนังอาจจะมีตุ่มเกิดขึ้น บ้างเป็นตุ่มน้ำใสๆ บ้างมีตุ่มที่มีเจือปนเส้นเลือดฝอยสีแดง บ้างมีตุ่มมีของเหลวสีเหลือง บ้างเป็นตุ่มลิ่มเลือด สะท้อนถึงของเสียสารพิษน้ำเหลืองเสียในร่างกายซึ่งเกาะติดอยู่ผนังหลอดเลือด ถูกขจัดดูดออกมาเกาะรวมเป็นตุ่มเกาะติดบนผิวหนัง วิธีขจัดกับตุ่มเหล่านี้ใช้เข็มเฉพาะทำการฆ่าเชื้อโรคด้วยแอลกอฮอล์แล้วแทงเขี่ยให้ของเหลวสารพิษไหลออกจากตุ่ม (สามารถอาบน้ำได้ปกติแต่อย่าใช้สบู่หรือใช้ผ้าเช็คตัวถูถูก)  ตุ่มเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการคันซึ่งเป็นอาการปกติ  เพราะสะท้อนถึงแก๊ซเสียสารพิษถูกขับออกมา ของเสียสารพิษในตุ่มถูกขจัดออก ผนังหลอดเลือดขยายกว้างขึ้นส่งผลให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียนมีประสิทธิภาพ ภูมิคุ้มกันจะยิ่งแข็งแรง ฉะนั้นถ้าหากทำการดูดต่อเนื่องในวันต่อๆ ไปยังเกิดมีตุ่มต่างๆ เกิดขึ้นบนผิวหนัง (อาจอยู่ในบริเวณพื้นที่ผิวหนังเดิม หรือเกิดขึ้นใหม่ในบริเวณถ้วยดูดอื่น) ต้องเน้นให้ผู้ป่วยอย่าตกใจและชี้แจงให้เข้าใจถึงกรรมวิธีขจัดของเสียสารพิษ ส่วนลึกในร่างกายให้กำลังใจผู้ป่วยให้มารับการบำบัดต่อเนื่อง จนกว่าไม่มีตุ่มสารพิษถูกดูดออกมาอีก จากนั้นบริเวณดังกล่าจะตกสะเก็ดหลังจาก 3-4 วันผ่านไปสะเก็ดที่เกาะติดจะหลุดออก ผิวหนังบริเวณดังกล่าวจะฟื้นคืนสู่ปกติ  แต่ถ้าหากหยุดการบำบัดทันทีก็จะทำให้ของเสียสารพิษที่อยู่ส่วนลึก ไม่สามารถถูกขจัดออกหรืออาจไปเกาะติดเป็นก้อนใหม่ ทำให้เกิดอาการบวมเจ็บก็ได้

ทำไมถึงว่าใช้วิธีขจัดลิ่มเลือดออกจากตามจุดลมปราณ   ตามบริเวณข้อต่อต่างๆ   โดยการใช้เข็มเฉพาะเคาะตีแล้วนำถ้วยดูดทยอยดูดลิ่มเลือดออก  เป็นวิธีบำบัดที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผล   ปลอดภัยและไม่ก่อเกิดผลข้างเคียงใดๆ  ต่อสุขภาพผู้ป่วย

            1. บริเวณผิวหนังที่วางถ้วยดูดเป็นสุญญากาศ  เชื้อโรคจากภายนอกจะไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปในบริเวณผิวหนังดังกล่าวได้  ฉนั้นบริเวณผิวหนังดังกล่าว  หลังทำการขจัดลิ่มเลือดแล้วจะไม่ก่อเป็นแผลเป็นหรือบวมซ้ำใดๆ

            2. เข็มเฉพาะที่ทำการเคาะตี  ใช้เฉพาะกับผู้ป่วยรายบุคคลโดยเฉพาะ  ก่อนทำการเคาะตีหรือเสร็จสิ้นการบำบัดต้องใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ  เช่นเดียวกับจุดลมปราณหรือบริเวณผิวหนังที่จะทำการบำบัดก่อนบำบัดหรือเสร็จสิ้นบำบัดต้องใช้แอลกอฮอล์เช็ดฆ่าเชื้อทำความสะอาดบริเณดังกล่าว

           3. วิธีบำบัดดังกล่าวอาศัยหน้าที่สรีรวิทยาของผิวหนังที่เชื่อมโยงกับเส้นลมปราณ  จุดลมปราณต่างๆ  ในร่างกาย (เนื่องจากผิวหนังเป็นสาขาย่อยของเส้นลมปราณในร่างกาย)  และเกียวสัมพันธ์กับเส้นประสาท  เซลล์ประสาท  และเลือดที่ไหลเวียนในระบบหลอดเลือด  (เนื่องจากผิวหนังต้องอาศัยเลือดและเส้นประสาท  เซลล์ประสาทมาหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ)  รวมทั้งยังสามารถทำหน้าที่ขับของเสียสารพิษออกจากรูขุมขนและป้องกันเชื้อโรคต่างๆ  เข้าทำร้ายร่างกาย  ซึ่งวิธีการบำบัดเป็นวิธีกระตุ้นผลักดันให้เส้นลมปราณ  จุดลมปราณ  เส้นประสาทและเซลล์ประสาตื่นตัว  ปฏิบัติหน้าที่งานอย่างกระฉับกระเฉงและมีประสิทธิภาพ  และผลักดันให้เม็ดเลือดขาวเคลื่อนตัวกำจัดของเสียสิ่งแปลกปลอม  รวมทั้งลิ่มเลือดออกจากผนังหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงอวัยวะที่มีปัญหาหรือข้อต่อที่อักเสบ  และถูกดึงดูดออกจากรูขุมขนของบริเวณผิวหนังภายในรัศมีของถ้วยดูด  หลังจากสารพิษต่างๆ  ลิ่มเลือดถูกดูดออกมาแล้วรูขุมขนของบริเวณผิวหนังดังกล่าวจะทำการปิดโดยปริยาย  และจากที่ของเสียสารพิษลิ่มเลือดถูกขจัดออกจากผนังหลอดเลือด   หลอดเลือดขยายกว้างเลือดกลับมาไหลเวียนหล่อเลี้ยงเข้าสู่ปกติ  การเสริมสร้างเซลลใหม่ก็จะมีประสิทธิภาพ  อวัยวะต่างๆ  ภายในร่างกายหรือโครงสร้างส่วนประกอบต่างๆ  ของข้อต่อที่เสื่อมโทรมก็จะสามารถถูกบูรณะ  ถูกฟื้นฟูเสริมสร้างใหม่  วิธีบำบัดดังกล่าวจึงเป็นวิธีดุลย์ภาพบำบัดที่มีประสิทธิภาพและเป็นวิธีบำบัดที่ปลอดภัย  ไม่ก่อเกิดผลข้างเคียงใดๆ  ต่อสุขภาพ

           4. สารพิษลิ่มเลือดถูกขจัดออกจากผนังหลอดเลือด   ผนังหลอดเลือดขยายกว้างขึ้น  เลือดลมกลับหล่อเลี้ยงไหลเวียนสู่ปกติ  อาการเจ็บปวดหรือกระทั่งอักเสบที่มีอยู่ก็จะทยอยทุเลาดีขึ้น  วิธีดังกล่าวเป็นวิธีดุลย์ภาพบำบัดที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

 อาการเจ็บปวดหรืออักเสบของข้อต่อต่างๆ  เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุดังนี้

                   (1)   เกิดจากอุบัติเหตุต่าง ๆ  ทำให้ข้อต่อส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดการบาดเจ็บ   หรือบาดเจ็บสาหัส    ถ้าเกิดการอักเสบแล้วมิได้ถูกขจัดแก้ไขโดยเร็ว     นานวันจะสะสมกลายเป็นอาการอักเสบเรื้อรัง

                   (2)   สาเหตุจากผู้ที่ออกกำลังกายไม่ถูกหลักวิธี    ก่อนออกกำลังกายมิได้อบอุ่นร่างกาย    โดยเฉพาะผู้ที่นิยมเล่นกีฬาประเภทหนักหน่วง    มิได้อบอุ่นร่างกายให้เพียงพอ   ลีลาท่าทางของการออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอไม่ต่อเนื่อง    หรือบางครั้งออกกำลังกายเกินกำลังของตนเอง   ทำให้ข้อต่อใดข้อต่อหนึ่งเกิดการสะดุดและเจ็บปวดตามมา

                   (3)   สาเหตุจากร่างกายขาดแคลเซียม   และยังนิยมดื่มชาหรือกาแฟเป็นประจำ    และปกติก็ไม่ชอบออกกำลังกายเมื่ออายุมากขึ้นจึงง่ายต่อการเกิดอาการข้อต่อเจ็บปวด   จนถึงขั้นอักเสบ

                   (4)   สาเหตุจากโรคประจำตัว    เช่น  ความดันโลหิตสูง   เบาหวาน โรคหัวใจ   หรือสุขภาพอ่อนแอมีอาการปวดศีรษะบ่อย   เป็นหวัดบ่อย   ต้องทานยาอยู่เป็นประจำหรือบ่อยครั้ง   ผลข้างเคียงของสารยาเคมีที่ทยอยตกค้างอยู่ในอวัยวะต่าง ๆ  ในร่างกาย  โดยเฉพาะตามข้อต่อต่าง ๆ  สะสมนานวันทำให้การไหลเวียนของเลือดติดขัด    ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดของข้อต่อตามมา

                    วิธีบำบัด

                   -   อาการไม่รุนแรงหรือเพิ่งเกิดมีอาการใหม่ๆ    ใช้วิธีนวดฝ่าเท้าบำบัดนวดต่อเนื่องหลายๆ  วันจะสามารถช่วยบรรเทาอาการ    แต่ถ้าเป็นอาการที่อักเสบจำเป็นต้องประสานใช้วางถ้วยดูดสุญญากาศครอบบำบัดรักษา

                   -   ประสานออกกำลังกายให้เป็นประจำทุกวัน    และออกกำลังกายให้ถูกหลักวิธีการ    การประสานออกกำลังกายจะช่วยผลักดันให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียนเร็วขึ้น    และช่วยขับของเสียสารพิษออกจากบริเวณที่เจ็บปวดเร็วขึ้น    เพียงแต่วิธีออกกำลังกายต้องเลือกให้เหมาะกับอาการและสุขภาพของตน

                   -   พยายามบริโภคอาหารการกินการดื่มให้ถูกหลักอนามัย    หลีกเลี่ยงทานอาหารเค็มจัด   เผ็ดจัดหรือพยายามดื่มชา   กาแฟให้น้อยที่สุด

                   -   ถ้าเป็นอาการโรคข้อที่อักเสบเรื้อรัง    จนมีเลือดคั่งเกาะติดตามบริเวณตามข้อ    ควรจะให้คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดฝ่าเท้า    การวางถ้วยดูดบำบัดอาการจะได้ผลที่เร็วขึ้นและใช้เข็มเฉพาะเคาะตีบริเวณที่อักเสบ และทยอยดูดลิ่มเลือดออกจากบริเวณดังกล่าว

หลักการและสาเหตุที่ต้องนำศาสตร์ของการนวดฝ่าเท้า  มาประสานกับการนวดกดจุดลมปราณและประสานกับการวางถ้วยดูดสุญญากาศ 

 1.   ผู้คนส่วนมากในสังคมปัจจุบันมีสุขภาพที่ทรุดโทรมอ่อนแอ   ภูมิคุ้มกันตกต่ำ  เป็นโรคง่ายมีอาการโรคเยอะ  เกิดจากปัจจัยลบต่างๆ  ที่คอยกระทบกระเทือนบั่นทอนสุขภาพอยู่เกือบตลอดเวลา 

                   -   เกิดจากสังคมสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะเป็นพิษ   ชั้นอากาศออกซิเจนลดน้อยลง  ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับเพิ่มทวีมากขึ้น   ก๊าซเสียสารพิษต่างๆ  เหล่านี้ถูกสูบเข้าไปในปอดเข้าไปในร่างกาย   นอกจากทำให้เลือดไหลเวียนช้า  มิได้ถูกขับออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ   ก็จะทยอยตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย  

                   -   การเคลื่อนไหวร่างกายที่ลดน้อยลง  2 เท้าขยับเดินทางน้อยลง  2 มือเกือบไม่ขยับทำงาน  ส่งผลทำให้เขตสะท้อนที่กระจาย 2 ข้างฝ่าเท้า  เส้นลมปราณ  จุดลมปราณต่างๆ  เส้นประสาท  เซลล์ประสาทที่กระจายทั่วร่างกายถูกบล๊อกไว้  ถูกจำกัดประสิทธิภาพงาน  ส่งผลทำให้เลือดไหลเวียนในระบบหลอดเลือดไหลเวียนไม่มีพลัง  ช้า  ผิดระเบียบ  ไม่สม่ำเสมอ  และส่งผลทำให้อวัยวะต่างๆ  ภายในร่างกาย  กลไกระบบต่างๆ  ในร่างกายประสิทธิภาพงานพลอยตกต่ำ

                   -  เกิดจากอาหารการกินการดื่มที่เราบริโภคอยู่ส่วนมากเติมใส่สารยาเคมี  หรือกระทั่งมีสารพิษเคมีเจือปน  สารยาเคมีสารพิษเหล่านี้ถูกบริโภคเข้าไปในร่างกาย  นอกจากทำให้เลือดเหน็ดไหลเวียนช้า   และของเสียสารพิษเหล่านี้มิได้ถูกขับออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ   ก็จะทยอยตกค้างสะสมอยู่ในร่างกายโดยเฉพาะยังมีสารยาเคมีบางอย่าง   ก่อเกิดผลข้างเคียงในร่างกายกระทบกระเทือนบั่นทอนถึงอวัยวะหลักหลายอย่างในร่างกาย เช่น ไต  ตับ  กระเพาะอาหาร  ฯลฯ

                   -   เกิดจากการดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบันที่แข่งขันรุนแรง   ทำให้ผู้คนส่วนมากง่ายก่อเกิดอารมย์เคร่งเครียด  หงุดหงิด  กังวล  ห่วงใย  อารมย์ที่ผันแปรเช่นนี้ง่ายก่อเกิดเลือดลมไหลเวียนติดขัด

                   จากที่เราดำเนินชีวิตที่สวนทาง  ขัดกับธรรมชาติเช่นนี้  หลีกเลี้ยงไม่พ้นที่ทำให้เลือดลมที่ไหลเวียนอยู่ในระบบหลอดเลือดของร่างกายเราไหลเวียนผิดระเบียบไหลเวียนอย่างไม่มีพลัง  ไม่สม่ำเสมอ   ส่งผลทำให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายไม่ได้รับเลือดมาหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ  ประสิทธิภาพงานก็จะพลอยตกต่ำ   หรือกระทั่งเกิดอาการเจ็บปวดไม่สบายตามมา   และก็ส่งผลต่อการทำให้ประสิทธิภาพงานของกลไกระบบต่างๆ  ภายในร่างกายพลอยตกต่ำ   โดยเฉพาะกลไกของระบบกลั่นกรอง  ระบบดุลยภาพที่ตกต่ำ    จะไม่สามารถขับของเสียสารพิษออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ   ของเสียสารพิษต่างๆ  ก็จะทยอยตกค้างสะสมอยู่ตามบริเวณต่างๆในร่างกาย   ตามผนังหลอดเลือดโดยเฉพาะตามข้อต่อต่างๆ  สะสมเกาะติดนานวันก็จะผันแปรเป็นก้อนเนื้อ  ก้อนแข็งหรือกระทั่งเป็นเนื้อร้าย   ก็จะยิ่งส่งผลทำให้เลือดลมไหลเวียนยิ่งติดขัดหรือกระทั่งอุดตันภูมิคุ้มกันก็จะตกต่ำ   ง่ายก่อเกิดเป็นอาการโรคต่างๆ  ตามมาก  และก็ง่ายก่อเกิดให้เกิดอาการโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นตามมาด้วย   จากผู้คนส่วนมากในสังคมสมัยปัจจุบันที่มีสุขภาพทรุดโทรม  ภูมิคุ้มกันตกต่ำเช่นนี้   ถ้าเกิดอาการโรคที่เจ็บป่วยไม่สบายอย่างไม่รุนแรงหรือเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ  รับการบำบัดโดยแพทย์วิธีใดวิธีหนึ่งก็อาจทำให้ทุเลาหายดี   แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยที่มีสุขภาพค่อนข้างทรุดโทรมอ่อนแอ   และมีอาการโรคแทรกซ้อนหลายอย่างในร่างกาย    ลำพังนำแพทย์วิธีใดวิธีหนึ่ง  มาบำบัดขจัดอาการโรคที่มีอยู่ก็อาจไม่สามารถถูกขจัดแก้ไขทุเลาหายได้โดยเร็ว   จำเป็นต้องรับการบำบัดแบบองค์รวม   เร่งปรับร่างกายให้เข้าสู่สมดุลอาการต่างๆ  ที่มีอยู่  จึงจะสามารถถูกขจัดแก้ไขทุเลาหายได้โดยเร็ว

 2.  ศาสตร์แพทย์ทางเลือกสามประสาน   เน้นหลักการรักษาแบบองค์รวม   ปรับภาวะร่างกายให้เกิดสมดุล  เป็นวิธีดุลย์ภาพบำบัด  และวิธีเสริมสร้างสุขภาพสอดคล้องกับสภาพการณ์ของสุขภาพร่างกายคนสมัยสังคมปัจจุบัน 

             -   เป็นวิธีการเสริมสร้างสุขภาพและการบำบัดที่กระตุ้นผลักดันให้เขตสะท้อนที่กระจาย 2 ข้างฝ่าเท้า  เส้นลมปราณและจุดลมปราณต่างๆ  รวมทั้งเส้นประสาทและเซลล์ประสาท  กลับมาปฏิบัติหน้าที่งานอย่างมีประสิทธิภาพ  และผลักดันให้เลือดเข้าสู่ไหลเวียนอย่างมีระเบียบ  มีพลัง  มีประสิทธิภาพ  ส่งผลทำให้อวัยวะต่างๆ  กลไกระบบต่างๆ  ภายในร่างกายฟื้นฟูกลับมาปฏิบัตหน้าที่งานอย่างมีประสิทธิภาพ

             -    การนวดฝ่าเท้า  การนวดกดจุดลมปราณ  และการวางถ้วยดูดรบบสุญญากาศ  แต่ละศาสตร์ปกติต่างก็มีประสิทธิภาพต่อการเสริมสร้างสุขภาพและบำบัดโรคแบบองค์รวม   จากการที่เรานำ  3 วิชาชีพนี้มาประสานใช้ด้วยกันจะทำให้เกิดมีพลังมีประสิทธิภาพเพิ่มทวีมากขึ้น  ต่อการบำบัดโรคแบบองค์รวม  ประสานกับการแก้อาการโรคเฉพาะไปพร้อมกัน

             -   เป็นวิธีบำบัดที่สามารถขจัดของเสียสารพิษต่างๆ  รวมทั้งลิ่มเลือดออกจากร่างกายโดยตรงอย่างมีประสิทธิภาพ  และไม่ก่อเกิดผลข้างเคียงใดๆ  ต่อสุขภาพร่างกาย   จึงเป็นวิธีเสริมสร้างสุขภาพและบำบัดแบบดุลย์ภาพบำบัดและแบบองค์รวมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างสูง   จึงสอดคล้องกับสภาพการณ์สุขภาพของผู้คนในสมัยสังคมปัจจุบัน          

  

การวางถ้วยดูดตามจุดสะท้อนต่างๆ ของร่างกายตามเส้นลมปราณหลัก 12 เส้นที่กระจายเกือบทั่วร่างกาย ซึ่งเป็นการกระตุ้นจุดสะท้อนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ที่คล้ายคลึงกับการวางตำแหน่งของจุดฝังเข็ม 

  

 

                                                                                                                                              

 

                                                                                 วางถ้วยดูดบริเวณรอบท้องแก้อาการท้องผูก

 

 

 

 

          

 

 

    

 
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
By ศูนย์เสริมสุขภาพเซิ่งกู่.  
Copyright 2005-2017 All rights reserved.
view