http://www.zhenguhealthland.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  บทความ ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ  คลิปวีดีโอ  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 04/04/2008
ปรับปรุง 20/09/2018
สถิติผู้เข้าชม196,504
Page Views234,751
สินค้าทั้งหมด 1
Menu
หน้าแรก
บทความ
ข่าวสาร
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
คลิปวีดีโอ
ติดต่อเรา
ถ้วยดูดสุญญากาศ
การนวดฝ่าเท้า
สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นจากแพทย์ทางเลือกสามประสาน ประสบการณ์ผู้ป่วย
ผลงานของอาจารย์สุทัศน์
เสนอนำแพทย์ทางเลือกสามประสาน เสริมช่วยปฎิรูปสาธารณสุข
 

อาจารย์สุทัศน์ กุลสันติพงศ์ แพทย์ทางเลือกสามประสาน ช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้

แพทย์ทางเลือกสามประสาน  ช่วยฟื้นฟูสุขภาพร่างกายของอาจารย์สุทัศน์   กุลสันติพงศ์   และนำแพทย์ทางเลือกสามประสานมาเผยแพร่สู่วงการแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข   และสู่สาธารณชน

 

                   อาจารย์สุทัศน์   กุลสันติพงศ์   เป็นผู้หนึ่งที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ   เนื่องจากช่วงวัยหนุ่มถึงวัยกลาง อ.สุทัศน์ เคยถูกโรคร้ายต่างๆ  รุมเร้าทำร้าย   จนบางเวลาเกือบจะเอาตัวไม่รอด

                   -   ตั้งแต่ช่วงอายุ  24 ปี  ประสบอุบัติเหตุรถชน  2 ข้อเข่าบาดเจ็บสาหัส  จนกลายเป็นอาการอักเสบเรื้อรัง   รับการบำบัดจากแพทย์กระดูกยาวนาน  14 ปี  อาการไม่ทุเลา  2 ข้อเข่ากลับบวมและเจ็บปวดเพิ่มทวีมากขึ้น   สุดท้ายแพทย์บอกเนื่องจากเยื่อหุ้มกระดูก  2 ข้อเข่าเสียหมด   ต้องเดินทางไปต่างประเทศทำการผ่าตัดข้อเข่า  (เนื่องจากช่วงเวลานั้น  แพทย์ไทยยังไม่สามารถทำการผ่าตัดข้อเข่า)   มิฉะนั้น  2 ข้อเข่าและ  2 เท้าจะทยอยลีบเล็กเหมือนขานก   หรือถึงขั้นรุนแรงต้องตัดขาทั้งสองข้างขาออก  แล้วนำขาเทียมมาใส่ให้

                   -   ช่วงอายุ  35 ปีเป็นโรคกระเพาะอักเสบมีแผล   รับการบำบัดกับแพทย์ต่อเนื่อง  3 ปี  อาการเพียงทุเลาลงแต่ยังไม่หายดี

                   -   ช่วงเวลาที่รับการบำบัดข้อเข่าและโรคกระเพาะอาการหักเสบ  สุขภาพทรุดโทรมอ่อนแอมาก  เป็นหวัด  คอเจ็บ  ปวดหัว  เกือบทุกเดือน

                   -   ช่วงอายุ  38 ปี  แพทย์เช็คตรวจสุขภาพและบอกว่ามีอาการเป็นโรคเบาหวาน    ในปีนี้  2 ข้างสายตาเริ่มผิดปกติ  2 ข้างสายตาเริ่มมัว  อ่านเขียนหนังสือไม่ชัด  ตั้งใจจะให้หมอเช็คตรวจสายตาประกอบแว่นตาสายตายาวใส่   ช่วงอายุ  38 ปีนี้ได้ใช้วิธีธรรมชาติบำบัดโดยนำยากอเอี่ยะมาปะบำบัด  2 ข้อเข่าที่อักเสบต่อเนื่อง  6 เดือน   ทยอยดูดความชื้นแก็สเสีย  น้ำเหลือง (เสีย) และลิ่มเลือดออกจากบริเวณ  2 ข้อเข่า  ประกอบออกกำลังกายด้วยเท้าเปล่า  ทำให้  2 ข้างข้อเข่าอักเสบทุเลาดีขึ้น  โรคกระเพาะอักเสบทุเลาหายดีสุขภาพฟื้นฟูแข็งแรง   ไม่ค่อยเกิดมีอาการหวัด  คอเจ็บ  ปวดหัว  2 ข้างสายตาที่มัวกลับสว่างดีขึ้น

                   -   ช่วงอายุ  40 ปี – 42 ปี   หลังสุขภาพแข็งแรงดีขึ้น  โหมทำงานหนักพักผ่อนไม่เพียงพอ   ประกอบกับความประมาทในการดำเนินชีวิตไม่มีระเบียบ  ดื่มเหล้าเกินปริมาณบ่อยครั้ง   ดื่มกาแฟ  ชาแก่  ทานอาหารนอกบ้านบ่อยครั้ง  บวกกับพักผ่อนไม่เพียงพอ   ทำให้ระบบย่อยขับถ่ายไม่ปกติ   ท้องจุกแน่นตลอดเวลา  ทรวงอกแน่นเจ็บปวด   กลางคืนนอนหลับไม่ดี   ทุกคืนจะนอนได้เพียง  2 – 3 ชั่วโมง  ช่วงหลังยังลามถึง  2 แขนข้อไหล่  ข้อมือข้อศอกเจ็บปวดอักเสบ  หาแพทย์ทั้งปัจจุบันและแพทย์จีนโบราณบำบัด   อาการต่างๆ  ที่มีอยู่ไม่ได้ทุเลา   10  กว่าปีที่เกือบทุกคืนนอนหลับไม่ดี   และอาการเจ็บปวดไม่สบายต่างๆ  ที่มี   ทำให้สุขภาพ  อ. สุทัศน์  กลับมาทรุดโทรมอ่อนแออีก  จนเกือบจะเป็นอัมพฤกษ์

                   -   ช่วงอายุ  51 ปี  -  52 ปี   อ.สุทัศน์หันเข้าหาธรรมชาติบำบัดเพิ่มการออกกำลังกายด้วยเท้าเปล่า  ศึกษาวิชาความรู้นวดฝ่าเท้า  แล้วนำมาบำบัดอาการไม่สบายต่างๆ  ที่มีอยู่ทำให้อาการผิดปกติต่างๆ  ทุเลาดีขึ้นระดับหนึ่ง   ปี พ.ศ. 2544  อ.สุทัศน์เดินทางไปประเทศจีน   ที่เมืองจูไห่  (ติดกับหมาเก๊า)  ศึกษาวิชาความรู้และวิธีนวดของการนวดฝ่าเท้าแบบจีนกับแพทย์จีนจงเชิงเวย   (วิธีนวดฝ่าเท้าแบบจีนเป็นวิชาชีพเฉพาะของตระกูลแพทย์จีนจงเชิงเวย   ปกติจะถ่ายทอดวิชาชีพนี้ให้แก่ลูกหลานในตระกูลโดยเฉพาะ)  ในปีเดียวกัน  อ.สุทัศน์ได้เดินทางไปปักกิ่งศึกษาวิชาความรู้การวางถ้วยดูดสุญญากาศ  18 ถ้วย  ของศาสดาจารย์ดร. วูซุนซี  (วิชาความรู้และสูตรของการวางถ้วยดูดสุญญากาศ  18  ถ้วยในการเสริมสร้างสุขภาพและบำบัดโรคของตระกูลศาสดาจารย์ดร.วูซุนซี  จนถึงปัจจุบันยังมิได้เผยแพร่ให้กับแพทย์ทางกลางและรัฐบาลจีน) 

                   หลังจากได้ศึกษา  2 วิชาชีพเฉพาะกับบรมอาจารย์  2 ท่านแล้ว  อ.สุทัศน์ยังได้เจาะลึกศึกษาความรู้วิชา  ทฤษฏีพื้นฐานแพทย์แบบจีน  และได้นำวิธีความรู้ของการนวดฝ่าเท้าแบบจีนมาประสานกับการนวดกดจุดลมปราณ   และประสานกับการวางถ้วยดูดสุญญากาศ  18 ถ้วย  แล้วนำมาบำบัดอาการโรคต่างๆ  โดยเฉพาะเกี่ยวกับอาการโรคของระบบหลอดเลือด   เช่น  ความดันโลหิตสูง  ปวดหัว  เวียนศีรษะ  อาการหวัด  ระบบย่อยขับถ่ายไม่ปกติ  ท้องผูก  อาการโรคเบาหวาน  โรคหัวใจ  และอาการโรคข้อต่อต่างๆ  เจ็บปวดอักเสบ   ปรากฏได้ผลที่ประสิทธิภาพอย่างไม่คาดคิดถึง   อ.สุทัศน์นอกจากนำมาขจัดแก้ไขอาการต่างๆ  ที่ไม่ปกติเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับร่างกายตน  ยังได้นำขจัดแก้ไขอาการโรคต่างๆ  ให้กับสมาชิกในครอบครัว  ญาติเพื่อนฝูงและผู้ป่วยต่างๆ  มากมายในสังคม   ทำให้อาการโรคต่างๆ  ของผู้ป่วยต่างๆ  ที่มีอยู่ถูกขจัดแก้ไขทุเลาดีขึ้น

                   -   ปี พ.ศ. 2550  อ.สุทัศน์ได้รับมอบหมายงานจากสำนักการแพทย์ทางเลือก  กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก   กระทรวงสาธารณสุข   ได้แต่งเขียนหลักสูตรของแพทย์ทางเลือกสามประสาน   ปี พ.ศ  2552  -  พ.ศ. 2553  อ.สุทัศน์ได้รับเชิญเป็นวิทยากรจัดการอบรมหลักสูตรของแพทย์ทางเลือกสามประสานนี้  ให้กับบุคลากรแพทย์ติดต่อกัน  2 รุ่น  ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักการแพทย์ทางเลือก  กระทรวงสาธารณสุข  ร่วมกับ  ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก  มหาวิทยาลัยมหิดล  นอกจาก  อ.สุทัศน์ได้นำแพทย์ทางเลือกนี้มาแผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่วงการแพทย์    หลายปีที่ผ่านมา อ.สุทัศน์ยังได้รับเชิญจากหน่วยงานภาครัฐ  กระทรวงสาธารณสุข  โรงพยาบาลต่างๆ  และหน่วยงานเอกชน   เป็นวิทยากรทำการบรรยายอบรมแพทย์ทางเลือกนี้ให้กับประชาชนทั่วไป

                   -   สุขภาพของ อ.สุทัศน์  เนื่องจากยืนหยัดออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน  โดยเฉพาะการออกกำลังกายด้วยเท้าเปล่ามา  35 ปี  รวมทั้งนำแพทย์ทางเลือกสามประสานมาเสริมสร้างสุขภาพ   ขจัดแก้ไขอาการผิดปกติ  เจ็บปวดไม่สบายที่เกิดขึ้นตามร่างกาย   ทำให้ อ.สุทัศน์สามารถรักษาสุขภาพคงความสมดุลของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ  ปกติ  อ.สุทัศน์จะไม่ค่อยเป็นหวัด  คอเจ็บ  ปวดหัว  บางครั้งบางเวลาเกิดเป็นอาการหวัด  อ.สุทัศน์จะเน้นใช้ธรรมชาติบำบัดขจัดแก้ไขอาการหวัดที่มีอยู่  เช่น เพิ่มการออกกำลังกาย  พยายามหลีกเลี่ยงห่างจากห้องแอร์ปรับอากาศ  พักผ่อนให้เพียงพอ  รวมทั้งนวดฝ่าเท้าแก้อาการหวัดด้วยตนเอง อาการหวัดที่มีอยู่ก็จะถูกขจัดแก้ไขทุเลาหายดีโดยเร็ว  จึงทำให้ 20 กว่าปีที่ผ่านมา อ.สุทัศน์ไม่ได้รับยาชนิดใดๆ เกี่ยวกับแก้อาการหวัด  คอเจ็บปวดหัว  และจากปกติ อ.สุทัศน์ยืนหยัดออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน  วันละ 2 รอบ เช้าและเย็น รอบละประมาณ 1 ชั่วโมง  วิธีออกกำลังกายของ อ.สุทัศน์คือ รำมวยสลับด้วยการเดิน (เร็ว) เท้าเปล่า หรือสลับด้วยการว่ายน้ำ จากทุกครั้งของการออกกำลังกายของ อ.สุทัศน์ที่ถูกหลักวิธีการมีประสิทธิภาพ  จึงทำให้การออกกำลังกายทุกครั้งสามารถดึงสารพลังในร่างกายหลั่งสาร "Endorphin" มารับใช้สุขภาพ  เสริมสร้างสุขภาพจึงทำให้ อ.สุทัศน์สามารถปรับร่างกายเข้าสู่สมดุล  ในร่างกาย อ.สุทัศน์ไม่มีโรคประจำตัว  เช่น  ไม่มีความดันโลหิตสูง  เบาหวาน  โรคหัวใจ  ไขมันปกติ  คอเลสเตอรอล  ปัจจุบันอ.สุทัศน์มีอายุ  73 ปีแต่ยังสามารถรักษา  2 ข้างสายตาได้อย่างปกติ   ไม่มีสายตาสั้นสายตายาว  ไม่มีตาต้อตาต้อหินกระจก      

 

ประสบการณ์ของการออกกำลังกาย  70  กว่าปีของผม  (รวมทั้งฝึกรำไท้เก๊ก  47 ปี)

(บทความนี้อาจยาวหน่อยและอาจมีประโยชน์ต่อท่านนำไปประกอบการออกกำลังกายรำมวยไท้เก๊กเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งเกร็ง)

                          ผมออกกำลังกายตั้งแต่อายุ  4 – 5 ขวบ  ขี่จักรยาน  ฝึกว่ายน้ำ    ตีปิงปอง    เล่นบาสเกตบอล  แบดมินตัน  รำมวยไท้เก๊ก  (ผมฝึกรำมวยไท้เก๊กตั้งแต่อายุ  29 ปี  ฝึกกับอาจารย์ชลิต  ชลบุษากุล  และอาจารย์บรรทัด  ตันตสวัสดิ์  และอาจารย์จากประเทศจีนอีกคน)   แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา  (ก่อนวัย  50ปี)   เนื่องจากการออกกำลังกายของผมปฏิบัติแบบสะเปะสะปะไม่ต่อเนื่องไม่สม่ำเสมอ   สุขภาพผมจึงดีไม่เท่าที่ควร  โดยเฉพาะช่วงอายุ   24 ปี  ผมเผชิญอุบัติเหตุรถชนกัน  2 ข้อเข่ากระแทรกเบาะหลังของที่นั่งอย่างรุนแรง   จนบาดเจ็บสาหัส  ( 2 ข้อเข่ากระดูกเคลื่อน)  จากนั้นหาแพทย์บำบัดทานยาต่อเนื่อง   14 ปีไม่ทุเลา  สุขภาพกลับทรุดโทรมอ่อนแอ   เป็นหวัด   ปวดหัวถี่  นอนหลับไม่ดี  ตอนอายุ  35 ปี - 38 ปี   กระเพาะอาหารเป็นแผลหาแพทย์ทานยาต่อเนื่อง   3  ปี  ไม่ทุเลาหายดีเกิดมีอาการเบาหวาน  2 ข้างสายยาเริ่มมัว  ยาว  สุดท้ายแพทย์วินิจฉัยจากอาการและฟิล์มเอกซเรย์  บอกผมว่า  2 ข้อเข่าเสื่อมทรุดโทรมจนเนื้อเยื่อและกระดูกชำรุดหมด  ต้องรีบไปต่างประเทศผ่าตัด  หรือไม่  2 ข้างเท้าจะทยอยลีบเล็กลงเหมือนขานก   จนวันหนึ่งต้องตัดขาออกแล้วนำขาเทียมใส่   ผมไม่ได้ทำตามแพทย์ชี้แนะ   บำบัดด้วยตนเองโดยเอายากอเอี๊ยะผลิตจากฮ่องกงมาปะบำบัด  ประสานออกกำลังกายจ๊อกกิ่งเท้าเปล่าอยู่กับที่   ปะยาต่อเนื่อง  3 – 4 วัน  ยากัดผิวหนังเป็นรูๆ  และดึงดูดหนองน้ำเหลืองและลิ่มเลือดออกจาก  2 ข้อเข่า     ผมปะบำบัดต่อเนื่อง  6 เดือน  จนของเสียสารพิษ   น้ำเหลือง   ลิ่มเลือดทยอยถูกดึงดูด  ออกจาก  2 ข้อเข่าจนหมด    ขาหายบวมเจ็บปวด    ในเวลาเดียวกันสุขภาพผมฟื้นฟูแข็งแรง  ไม่เกิดมีอาการหวัด   คอเจ็บปวดหัว  โรคกระเพาะอักเสบทุเลาหายดี   ไม่ปรากฎมีอาการเบาหวานอีก  2 ข้างสายตากลับสว่างชัดเจน   จากนั้นผมยืนหยัดออกกำลังกายจ๊อกกิ่งด้วยเท้าเปล่าต่อเนื่อง   หรือบางเวลาฝึกรำมวยไท้เก๊ก   ตอนอายุผม  39 ปี – 41 ปี  ผมดำเนินชีวิตประมาทดื่มเหล้า  เบียร์เกิน  ปริมาณบ่อยครั้ง  สูบบุหรี่  ทำงานหักโหม  พักผ่อนไม่เพียงพอ  ทานข้าวนอกบ้าน  เหลา  ภัคตาคารบ่อยครั้ง   สุขภาพผมกลับทรุดโทรมตกต่ำอีกครั้ง  ระบบย่อยขับถ่ายผิดปกติ   ท้องจุกแน่นตลอดเวลา   รอบทรวงอกแน่นเจ็บปวด  ปวดเอว  ค่ำคืนลำคอแห้งมากๆ   ทุกคืนจะหลับนอนได้แค่  2 – 3 ชั่วโมง   แล้วลุกขึ้นนั่งอยู่กับเตียงจนสว่าง  กลางวันลำตัวอ่อนล้า    อารมณ์คุ้มคลั่ง  จนไม่อยากพบปะพูดคุยกับใครๆ  ธุระการงานบริหารไร้ประสิทธิภาพ   ถึงแม้ช่วงเวลาดังกล่าว ผมยังพยายามออกกำลังกายจ๊อกกิ้งเท้าเปล่า   รำไท้เก๊ก  และหาหมอทานยาทั้งแพทย์แผนจีนและแผนปัจจุบันต่อเนื่อง    แต่ก็ไม่ช่วยให้อาการและสุขภาพดีขึ้น     กลับทรุดต่ำด้อยสภาพลงไปเรื่อยๆ  หัวเข่ากลับมาเจ็บปวด  (เป็นครั้งเป็นคราว)  และยังลามไปถึง  2  ข้อหัวไหล่   ข้อศอก  ข้อมือ  บ่าเจ็บปวดอักเสบไปหมด  

                          ผมทนทุกข์ทรมานอยู่เกือบ  10 ปี   เริ่มตอนอายุ   50  ปีผมตัดสินใจยุติทานยาใดๆ  ที่หมอต่างๆ  ให้มา     และหันเข้าศึกษาธรรมชาติบำบัด   รวมทั้งเดินทางเฉพาะไปประเทศจีนศึกษาวิชาความรู้แพทย์ทางเลือกเกี่ยวกับนวดฝ่าเท้าแบบจีน  นวดกดจุดลมปราณและวางครอบถ้วยดูดสุญญากาศ   กับบรมอาจารย์  3 ท่าน  (อาจารย์ทั้ง  3 นี้เป็นผู้มีความรู้วิชาและทักษะการบำบัดโรคที่มีฝีมือสุดยอดในประเทศจีน)     ซึ่งแพทย์ทางเลือกทั้ง  3  ดังกล่าวเป็นแพทย์ทางเลือกที่สามารถบำบัดขจัดแก้ไขอาการโรคต่างๆ  ของระบบหลอดเลือด  เช่น  ความดันโลหิตสูง  ต่ำ  โรคเบาหวาน  โรคหัวใจ  โรคข้อต่อต่างๆ  เจ็บปวดอักเสบ  รวมทั้งโรคเรื้อรังต่างๆ  ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในเวลาเดียวกันผมยังได้เรียนรู้ถึงวิธีการออกกำลังกายที่ถูกหลักวิธีการ   การออกกำลังกายที่ถูก      หลักวิธีการ  ทุกครั้งต้องบริหารให้สอดคล้องกับเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในหลอดเลือดของร่างกายเรา   เลือดไหลเวียน   1 รอบใช้เวลาประมาณ  30  นาที  ช่วงเวลาดังกล่าวเลือดจะต้องไหลเวียนต่อเนื่อง   สม่ำเสมอที่มีพลัง  (ไม่หยุดแม้วินาที)    เลือดถึงจะสามารถนำสารอาหารที่มีคุณค่าโปรตีน  กลูโคส  ออกซิเจน  ฯลฯ  ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆในร่างกาย     ในเวลาเดียวกันยังจะสามารถนำของเสียสารพิษหรือกระทั่งเลือดเสียออกจากบริเวณหลอดเลือดของอวัยวะ   ฉะนั้นการออกกำลังกายที่ถูกหลักวิธีการจึงต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ  (ไม่หยุดแม้วินาที)   เวลาขั้นต่ำ  30 นาที  ระหว่างที่เราปฏิบัติออกกำลังกายอยู่   เลือดถูกขับเคลื่อนไหลเวียนอย่างมีพลัง   มีระเบียบ   เมื่ออวัยวะทุกส่วนในร่างกายจะถูกปรับเข้าสู่ทำงานที่มีประสิทธิภาพ    และทั่วร่างกายถูกปรับเข้าสู่สมดุลสูงสุด   ร่างกายเราก็จะหลั่งสารตัว ENDORPHIN  ออกมาสาร ENDORPHIN   ตัวนี้ก็คือยาวิเศษ  คือ  หมอที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างกายเรา   สาร ENDORPHIN  นี้จะอยู่รับใช้ร่างกายเราประมาณ  12  ชั่วโมง  ถ้าหากผู้ใดมีเวลาอำนวยก็ควรออกกำลังกายวันละ   2 รอบเช้า – เย็น  สาร ENDORPHIN  นี้จะได้รับใช้สุขภาพเราตลอดทั้งวัน   

                    ตอนอายุ  50 ปี  ผมทดลองไปวิ่งเท้าเปล่าที่สวนลุมพินีในช่วงเวลาบ่าย  4 – 5 โมงเย็นวิ่ง  3 รอบ ประมาณ  7.5 กิโลใช้เวลาประมาณ  1 ชั่วโมง    ติดต่อวิ่ง  2 – 3 วัน เริ่มมีผลสะท้อน  คือ  ระหว่างวิ่งอยู่หรือหลังวิ่งเร็ว  จะมีเสมหะ  เสลด  ถูกขับออกจากลำคอ  (บางช่วงเป็นแสมหะสีดำ)  ลำคอเริ่มรู้สึกชุ่มชื่น   ช่วงเย็นหรืออีกวันรุ่งเช้าจะขับอุจจาระ   เป็นสีดำคล้ำปริมาณออกมามากว่าปกติ    (นี่คือของเสียสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายผมยาวนาน)   ทำให้บริเวณรอบท้องและรอบทรวงอกผมเริ่มคลายจุกแน่น   ค่ำคืนลำคอไม่แห้ง  ชุ่มชื่นดีขึ้น   และสามารถหลับนอนได้ดีลึกและนานขึ้น   ผมก็เลยยืนหยัดไปวิ่งเท้าเปล่าสวนลุมพินีต่อ   ส่วนช่วงเช้าผมก็รำมวยไร้เก๊กชุดหยางซื่อ  81 ท่า  จากเดิมเคยรำ   20 กว่านาที  ปรับเพิ่มเป็น  2 ชุดติดต่อใช้เวลาประมาณ  45 – 50 นาที   และได้นำความรู้และเทคนิคของการรำไท้เก๊กที่อาจารย์ทั้งหลายเคยสอนชี้แนะ   มาปรับของการบริหารรำมวยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น    หรือบางวันสลับเป็นการว่ายน้ำที่สโมสรโปโลสปอร์คลับ    ปรับการว่ายน้ำให้ต่อเนื่องเป็น  1000 เมตร  (ไม่หยุดที่ขอบสระ)   ใช้เวลาประมาณ  40 – 45  นาที  ฉะนั้นทุกวันทุกครั้งของการออกกำลังกาย   จะสามารถดึงพลังร่างกายหลั่งสาร   ENDORPHIN  ออกมารับใช้สุขภาพ    ผมยืนหยัดปฏิบัติการออกกำลังกายเช่นนี้ต่อเนื่อง  10 ปี   หลังอายุ  60 ปีผมก็ยุติการวิ่งเท้าเปล่าที่สวนลุมพินี   เปลี่ยนเป็นเดินเท้าเปล่าที่สโมสรโปโลคลับ   เดิน  1 ชั่วโมง  -  5 กิโลเมตร  และยังรำมวยไท้เก๊กหรือสลับว่ายน้ำทุกวัน  โดยเฉพาะปีที่แล้ว   พ.ศ. 2559  ผมโชคดีมากที่อาจารย์วรรณะกฤตย์    สง่าตรีย์กุล   (อดีตแชมป์ว่ายน้ำประเทศไทยหลายสมัย)   ได้ให้เกียรติและสอนชี้แนะวิธีว่ายแบบท่าฟรีสโตล์ที่ถูกหลักวิธีให้กับผม     พร้อมทั้งยังสอนชี้แนะวิธีว่ายน้ำบนบกด้วย   ทำให้ทุกครั้งการว่ายน้ำผมลำตัวจะยิ่งเบาไม่เหนื่อยมีประสิทธิภาพ

                      ปัจจุบันอายุผม  76 ปี   26 ปีที่ผ่านมาน้อยครั้งที่ผมจะเกิดมีอาการหวัด   ถึงแม้บางเวลาจะเกิดอาการหวัด  (หรือกระทั้งหวัดลงคอ)   ก็ใช้วิธีเพิ่มออกกำลังกายนวดฝ่าเท้าด้วยตนเอง  พักผ่อนมากขึ้น  อาการหวัดที่มีอยู่จะถูกขจัดแก้ไขทุเลาหายได้เร็ว   จึงทำให้  26  ปีที่ผ่านมาไม่ได้ทานยาแขนงใดๆ  เกี่ยวกับแก้อาการหวัด   คอเจ็บ  ปวดหัว  หรือบางเวลาจากการดำเนินชีวิตที่ประมาท   หรือออกกำลังกายผิดท่าผิดทาง   ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดตามข้อ   ระบบย่อยขับถ่ายไม่ปกติ   ปวดเอว  นอนหลับไม่ดี    ก็จะใช้วิธีบำบัดด้วยแพทย์ทางเลือกโดยการนวดฝ่าเท้า   นวดกดจุดลมปราณ  และวางครอบถ้วยดูด   มาทำการบำบัดด้วยตนเอง  ขจัดเลือดลมที่ไหลเวียนติดขัด   อาการที่มีอยู่ก็จะถูกขจัดแก้ไขทุเลาหายโดยเร็ว   จนถึงปัจจุบัน   ร่างกายผมไม่มีอาการความดันโลหิตสูง – ต่ำไม่มีอาการเบาหวาน   โรคหัวใจ  ต่อมลูกหมากปกติ   โดยเฉพาะ  2  ข้างสายตาผมจนถึงปัจจุบันยังใช้งานได้ปกติ   ไม่เคยมีสายตาสั้น  สายตายาว  ไม่มีต้อหินต้อกระจก

 

 

 


 
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
view